วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ทริควันละนิดนิดจิงๆนะ :) SS.2

0 ความคิดเห็น
วันนี้ผมมีวิธีการต่อรองราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์มาฝาก อนึ่งในการแนะนำครั้งนี้ผมจะแนะนำที่เซียร์รังสิตนะครับเพราะผมใช้บริการที่นี่ประจำ

1. ก่อนจะทำการต่อราคาเราต้องสำรวจตัวเราก่อนต้องการสเปคขนาดไหน เงินละเท่านี้ไหวไม๊
2. ทำการสำรวจตลาด แนะนำให้เดินเยอะๆนะครับ ( ทนเอาหน่อยเราใช้แรงนิดหน่อยประหยัดได้เยอะเลยนะครับ )
3. เดินสำรวจในส่วนที่จัดบูชซึ่งโดยปกติแล้วจากที่ผมสังเกตุดูวันหยุดต่างๆจะมีมากหน่อยซึ่งถูกมากๆ
4. เดินสำรวจร้านชนบท ( ห่างไกลลิบลับ ) ซึ่งร้านพวกนี้และเป็นเป้าหมายของเราอยู่แถวๆห้องน้ำหรือมุมของห้างซะมาก
5. หลังจากสำรวจราคาแล้วเข้าไปต่อรองร้านชนบทเลยยยยย
6. หลักการต่อรองควรพูดจาให้เพราะๆหน่อยนะครับ เราจะซื้อใจเค้า
7. มุขที่ผมใช้บ่อยและได้ผลก็คือ " พี่ลดอีกหน่อยน่าร้านตรงนู้นตรงนี้เค้าลดให้ผมตั้ง .... พันแนะ พี่จะไม่ลดให้ผมหน่อยหรอผมซื้อร้านพี่บ่อยเลยเดินมาหานะเนี่ยนึกว่าจะลดให้อีกคนกันเองแท้ๆ ( เอ่อกูเพิ่งเคยเจอมรึงครับแต่แหลนิดหน่อย อิอิ )
8. หากใช้ไม่ได้ผลก็ขอเป็นของแถมไปเลยครับ ( ผู้เชียนเคยขอได้มากถึง 12 ชิ้น ได้ฟิล์มกันลอยมาด้วยหน้าหลังประหยัดได้หลายร้อยเรยนะ แถมลายหมีพูอีก แบ๊วป่ะละ )
9. หลังจากที่ได้ทำการต่อรองจนเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนกลับอย่าลืมเช็คสินค้าละครับเพราะมีบ่อยๆที่เค้ามั่วพูดๆไปส่งๆแต่เราไม่ได้ตามนั่นพอถามเค้าเค้าก็บอกเอ้าพี่คนนั่นก็พูดไปเรื่อยและครับ ( อ้าวตูผิดหรอวะ ) ทางที่ดีในใบรอรับคอมให้เค้าใส่รายละเอียดไว้ด้วยนะครับจะได้ไม่พลาด ( ผู้เขียนเถียงจนชนะแต่เหนื่อยมาก ) แผ่น #Window นี่ชอบมั่วลืมเป็นประจำ เช็คสินค้าให้ครบถ้วนก่อนกลับนะครับ

ปล. ก่อนจะจากกันไปผมย้ำเสมอๆๆนะครับว่าเราต้องเช็คราคาก่อนต่อรองจะได้ไม่หน้าแตก และเสียเวลานิดหน่อยประหยัดได้หลายพันบาทก็คุ้มมากนะครับ หวังว่าคงจะได้คอมราคาถูกและดีมาใช้งานกันนะครับ :)

ทริควันละนิดนิดจิงๆนะ :)

0 ความคิดเห็น
หลายคนอาจจะพบเจอปัญหามากมายต่างๆที่แก้กันไม่หมดไม่สิ้นซักทีผมจึงจะเสนอทริควันละนิดโดยจากประสบการของผมเองนะครับ :)

1. การประหยัดแบตเตอรี่ ??
เคยเข้าไปอ่านหนังสือหรือจากคนบอกเล่าเกี่ยวกับการประหยัดแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คกันไหมครับ อาจจะมีวิธีที่หลากหลายมากมาย  ผมเคยลองมาหมดแล้วแต่วิธีที่คนส่วนใหญ่แนะนำก็คือ  " ถอดแบต " ครับวิธีนี้ก็คือถอดแบตแล้วเสียสายเข้าไปเฉยๆ  ( เออตูก็เข้าใจแล้ว - คนอ่าน ) แต่วิธีนี้มีข้อควรระวังอย่างมากเลยนะครับคือถ้าเราเสียบแล้วกำลังไฟที่ส่งมายังโน๊ตบุ๊คเราไม่พอหรือไม่เสถียรจะมีโอกาสทำให้ระบบปฏิบัติการ ( Window ) เราพัง ( พระเจ้า - -" ) ผมเจอมาแล้วครับคอมที่ผมไปซ่อมมามาจากวิธีนี้เยอะมากนะครับ คือทางที่ดีในการประหยัดแบตของเราให้ใช้จนคอมเตือนว่าแบตจะหมดครับแล้วเราค่อยเสียบสายเอา ไม่งั้นมีกรณีที่หนักหน่อยก็ระบบจ่ายไฟเสียไปเลยก็มี หวังว่าทุกท่านคงจะเข้าใจที่ผมจะสื่อนะ :)


2. คอมค้าง ( Chip หาย )
ในบางทีเราทำงานหรือเล่นคอมอยู่อยู่ดีๆคอมเจ้ากรรมก็ดันค้างงงง  เมื่อก่อนเวลาผมเจอวิธีนี้ผมจะรีบถอดแบตเตอรี่ออกทันทีเพื่อให้มันดับ ( เคยลืมเสียบสายไว้คอมดับจิงๆเลยดับอนาท ) ถ้าหากท่านเจอกรณีนี้นะครับไม่ต้องทำอะไรมากครับกดปุ่มเปิดคอมค้างไว้ซัก 4-6 วินาทีมันก็จะดับเองครับ ( เผื่อมีบางท่านไม่รู้นะครับ ) อาจจะดูง่ายๆเกินไปแต่เชื่อเถอะผมก็ไม่รู้มาก่อนจิงๆ


3. ฟังเพลงอยู่ดีๆเสียบดับ
ในบางทีหากเราเล่นอะไรอยู่เยอะๆแล้วคอมเกิดค้างแล้วเรากดสูตร Ctrl + Alt + Delete เคยไหมครับอยู่ดีๆเสียงก็ดับไป  ผมเคยตกใจมากเห้ยคอมเป็นไรวะ ลำโพงพังหรือ อย่าตกใจเหมือนผมนะครับลองรีคอมซักหนึ่งทีก็จะหายไปหากไม่หายไปผมมีวิธีการ " ย้อนวัน " จะนำมาเสนอให้ในโอกาสต่อไปนะครับ



วันนี้ทริควันละนิดนิดจิงๆนะก็ขอจบไว้แค่นี้ก่อนนะครับโอกาสหน้าจะมาแนะนำใหม่ อาจจะดูเล็กๆน้อยๆแต่ผมก็ตั้งใจให้ทุกท่านอ่านนะจ๊ะ :)

Internet download manager สุดยอดโปรแกรมดาวโหลด

0 ความคิดเห็น

Internet download manager สุดยอดโปรแกรมดาวโหลด

สวัสดีครับวันนี้ผมจะขอเริ่มที่โปรแกรม Internet download manager หรือที่เรียกว่า IDM กันนะครับ
ที่ผมยกย่องให้มันเป็นโปรแกรมดาวโหลดอันดับหนึ่งในใจผมเพราะว่า
1. โหลดได้รวดเร็ว
2. ใช้งานง่ายมาก
3. โปรแกรมนี้กินพื้นที่น้อยมากๆ
4. สามารถโหลดได้ทุกสรรพสิ่งรวมถึงหนังหรือ MV จาก YouTube ด้วย ( อันนี้และจุดหมายของหลายๆคนที่เลือกใช้งานมัน :)   )

ยังมีอีกเยอะเลยนะครับที่เป็นข้อดีของโปรแกรมนี้ส่วนเรื่องของการดาวโหลดทุกท่านลองหาใน google เลยครับ ในอินเตอร์เน็ตมีเยอะแยะมากท่านลองเลือกดูกันนะครับ

ปล. ในเวอร์ชั่นใหม่ๆอาจจะไม่สามารถโหลดจาก youtube ได้แล้วผมขอแนะนำเวอร์ชั่น 5.18 และเวอร์ชั่น 5.14  แล้วกันครับเนื่องจากใช้งานง่ายสุดๆ หากว่ามันขออัพเดตกดยกเลิกไปนะครับ


เอาละครับทีนี้มาถึงวิธีลงโปรแกรมกันบ้างตามชมกันเลยครับ

1. ลงตัวโปรแกรม IDM ที่โหลดมา  กด Next  โลด แล้วก็กด ปุ่ม  Finish


4. จากนั้นกด OK ตามรูป

5. กด OK ตามรูป

6. จากนั้นให้กด cancel
7. ให้กด NO

8.  ให้คลิกขวาที่ ทาคบาร์ด้านล่างแล้วกด Exit

เสร็จสิ้นการลงโปรแกรม IDM 5.14มาถึงขั้นตอนนี้คือการ Crack

9. ให้ก็อปปี้ไฟล์ IDMan ในโฟเดอร์ CRACK ไปไว้ที่ C:\Program Files\Internet Download Manager แล้วก็วาง เสร็จแล้วก็กด Yes ครับ

9.1. ให้ก็อปปี้ไฟล์ idm_th.lng และไฟล์ tips_th ในโฟเดอร์ Thai ไปไว้ที่ C:\Program Files\Internet Download Manager\Languages  อันนี้คงไม่ต้องลงรูปนะครับ ^ ^

10.จากนั้นเปิด โปรแกรม IDMan ตามภาพ

11. จากนั้นจะมีหน้าต่าง IDM language ให้กด ตกลง

12. จากนั้นจะมีหน้าต่างให้ ลงทะเบียน ให้ลงตามรูปครับผม ชื่อ นามสกุล อีเมล์ไม่ต้องลงเหมือนผมนะครับ แต่หมายเลขทะเบียนต้องลงเหมือนผมนะครับ คือ 11111-22222-33333-44444 ตามภาพเลยครับ แล้วกดตกลง
คราวนี้ก็มาถึงวิธีการทำให้ โหลดไฟล์ youtube ได้ครับ

13. ให้เข้าไปที่ ดาวน์โหลด แล้วก็เลือก ตั้งค่า จากนั้นคลิกที่หัวข้อ File types แล้วก็ทำตามรูป เพิ่มคำว่า FLV ลงไปครับ

วิธีทำให้  IDM ของเรา โหลดไฟล์ได้เต็มที่นะครับ

14. ให้เข้าไปที่หัวข้อ การเชื่อมต่อ แล้วเลือกตามรูปเลยครับ แล้วกด OK ครับ

คราวนี้ผมจะลองดาวโหลดให้ดูนะครับ :) เน็ตผมมันห่วยจิงๆให้ตายเถอะ

ภาพนี้มาดูกันครับว่าจะหมดอายุหรือเปล่านะครับ



เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับวิธีการลงตัวโปรแกรมและดาวโหลดผมหวังว่าทุกท่านคงจะเข้าใจและทำตามได้อย่างง่ายดายนะครับ โหลดเสร็จแล้วหากถูกใจก็อุดหนุนของแท้กันด้วยนะครับ เหตุที่ผมไม่นำตัวดาวโหลดมาแปะไว้ก็เพราะผมกลัวเหมือนกันฮ่าๆ ขอให้มีความสุขในการใช้โปรแกรมครับ

หรือคนที่อยากดูวิธีการลงเป็นคลิปก็ที่นี่เลยครับ http://www.clipmass.com/movie/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%87-internet-download-manager---2257076930878

เครดิตรูปภาพการนำเสนอ : siamauto

วิธีอัพเดต Nod32

0 ความคิดเห็น
1. เปิดหน้า nod32 คลิ๊กที่ Setup



2. หัวข้อ Setup เลือกไปที่ Enter Entire Advanced Setup Tree..



3. ที่เมนูด้านซ้าย เลือกไปที่ Update

4. ตรงส่วนของ Username และ Password



5. สำหรับผู้ที่จะทำการ Update แบบ Online ให้กรอก http://www.jkdramas.com/nodup/eset_v3_updสำหรับผู้ที่จะสำหรับผู้ที่จะ Update แบบ Offline ให้ใส่ path ของที่เก็บไฟล์ Offline เอาไว้หากเก็บไว้ที่ c:\update_Nod_V3 ให้กรอก c:\update_Nod_V3 ลงไป6. กด OK



7. ที่ Update Server ปรับเลือกเป็น รายการที่ทำการเพิ่มไป หาก update Online ปรับเลือกเป็น http://www.jkdramas.com/nodup/eset_v3_upd%20หากหาก update แบบ offline ปรับเลือกเป็น path ที่ตั้งไว้ ส่วนของ Username และ Password ไม่ต้องใส่ปล่อยว่างเอาไว้
8. เสร็จแล้วกด
OK


9. กดที่ Update Virus Signature database



10. โปรแกรมจะทำการ update ให้เองอัตโนมัติจนเสร็จ



  ไม่ต้องใส่ปล่อยว่างเอาไว้จากนั้นคลิ๊กที่ Edit


เสร็จแล้วนะครับหวังว่าคงได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยและเนอะ

วิธีการลง Nod 32

0 ความคิดเห็น
ป้องกันไวรัส กับ NOD32 4.0.68 BETA + วิธีอัพเดทและติดตั้งด้านใน ESET NOD32 Antivirus 4.0.68 BETA :โปรแกรมป้องกันไวรัสแบบ Real-Time NOD32… ซึ่งได้รับความนิยม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะตัวซอฟแวเองมีขนาดเล็ก และ ไม่กินแรงเครื่อง และยังป้แงกันไวรัสแบบ Real-Time ป้องกันไวรัส หนอน ม้าโทรจัน สปายแวร์ และอื่่นๆ ในเครื่องคุณ หากว่าซ้ำยังงัยก็ขออภัยด้วยนะครับ

วิธีการติดตั้ง ESET NOD32 Antivirus 4.0.68 32

1.ดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ eav_nt32_enu.
2.คลิก Next


3.เลือก I accept ...... คลิก Next



4.เลือก Typical... คลิก Next
5. คลิก Next
6.เลือก Enable detection คลิก Next

7.คลิก Install


8.คลิก Finsh

 
 
ไม่ยากเลยใช่ไหมครับทริคต่อไปผมจะทำการอัพเดต NOD ให้ดู **

** หลังจากนั้นรอโปรแกรมทำงาน สัก 1 - 2 นาที มันจะอัพเดทฐานข้อมูล

เครดิต kimkv

โปรแกรมพื้นฐาน

0 ความคิดเห็น
โปรแกรมพื้นฐานที่ควรมีในคอมพิวเตอร์
หลังจากเราตั้งเป้าหมายไว้แล้วจากนั่นเราก็จะพุ่งชน ( โถ่มุขฟาย ) ครับขอโทดที่หน้าด้านเล่นจากนั่นเราก็ต้องสู่ขั้นตอนการให้ร้านลงโปรแกรมซึ่งผมขอเสนอโปรแกรมพื้นฐานต่างๆดังนี้ครับ

1. Anti-virus  ในทุกๆเครื่องควรมีโปรกรม Antivirus ติดเครื่องเพื่อป้องกันไวรัสที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆได้ เช่น Eset Nod32,Avira Antivir,Kerparsky,AVG,McAfee,Norton

2.Microsoft Office โปรแกรมนี้ทุกคนรูจักอยู่แล้ว ซึ่งมีทั้ง MSword,powerpoint,Excel และอื่นๆอีกมากมาย

3.โปรแกรมดูหนัง ฟังเพลง เพื่อความบันเทิงต่างๆ เช่น PowerDVD Winamp

4.โปรแกรมดูรูปภาพ ตกแต่งรูปภาพ ถ้าใครเป็นนักแต่งภาพต้องมีโปรแกรมชนิดนี้ เช่น ACD See,Photoshop,Photoscape

5.โปรแกรมช่วยดาวน์โหลด สำหรับนักดาวน์โหลด เช่น Flashget,Orbit,Internet download manager,Utorrent

6.โปรแกรมเสริมหรือช่วยจัดการกับระบบคอมพิวเตอร์ของเรา เช่น CCleaner,TuneUp Utilities

7.โปรแกรมอ่านไฟล์หรือแตกไฟล์ต่างๆ เช่น Adobe Acrobat,Foxit Reader,Winzip.7-Zip

8.โปรแกรม write CD หรือจัดการกับ CD ต่างๆ เช่น Nero,Ashampoo

นี่เป็นโปรแกรมที่ควรจะมีอย่างน้อยหัวข้อละโปรแกรมก็ยังดีครับ

เตรียมการก่อนซื้อ Computer

0 ความคิดเห็น
ขั้นตอนการสำรวจก่อนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์
  1. ถามตัวเองต้องการอะไรยังไง
  2. เงินมีเท่าไหร่
  3. เลือกของ
  4. ไปที่ร้าน
  5. กลับมาบ้าน ( พร้อมกระเป๋าแบนๆ )
ถามตัวเองต้องการอะไรยังไง
บางคนอาจจะไปพร้อมกับไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องการอะไรเล่นอะไรทำอะไร สำคัญมากนะครับเพราะเราต้องเตรียมตัวเตรียมใจไปกู้ชาติ ( บ้า = = ) หากเราไม่เตรียมตัวไปเราจะเจอคนขายมากล่อมเราได้นะครับซึ่งความต้องการทางการใช้คอมพิวเตอร์ผมขอแบ่งย่อยๆดังนัเ

  • เล่นเกมส์ การบอกว่าเราใช้เล่นเกมส์นั้น ก็ต้องแบ่งด้วยว่าเกมส์อะไร ถ้าเป็นเกมส์ที่มีภาพสามมิติสวยๆ ก็จะต้องการเครื่องที่มีสมรรถภาพสูงกว่าการเล่นเกมส์ไพ่ หรือเกมส์ยิงไข่ธรรมดาๆ
  • พิมพ์งาน โปรแกรม window ทั้งหลายอ่ะและ
  • เล่นอินเตอร์เนต ก็ดูว่าเราเล่นแบบไหน คือเปิดเว็บธรรมดาๆ คุยกับเพื่อน ฟังเพลง ดาวน์โหลดโปรแกรมหรือเพลงเป็นครั้งคราว ฯลฯ หรือว่าเล่นอินเตอร์เนตเพื่อดาวโหลดข้อมูลขนาดใหญ่เป็นประจำ
  • ตกแต่งรูป โดยใช้โปรแกรมตกแต่งเช่น Adobe Photoshop
  • ดูหนัง ฟังเพลง จากแผ่น CD,  DVD หรือจากไฟล์ในเครื่อง
  • สร้างหรือตัดต่อวิดีโอ โดยเฉพาะคนที่มีกล้อง Handy Cam
  • เขียนโปรแกรม ส่วนมากคนที่ต้องการคำแนะนำ ไม่ค่อยจะมีข้อนี้หรอก ^-^
  • อื่นๆ
ลองสำรวจดูว่าในปัจจุบันเราใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไรบ้าง แล้วก็ลองคิดเผื่อไปในอนาคตด้วยว่า เราน่าจะใช้อะไรบ้าง พอสำรวจตัวเองเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาสำรวจรอบๆตัวเราว่า เรามีคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็คือซื้อใหม่ทั้งชุด แต่ถ้ามีอยู่แล้ว เราจะมาพูดถึงกัน
ลองดูว่าคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ายังสามารถใช้งานได้อยู่หรือไม่ ยังอยากเก็บไว้ใช้งาน เวลาเครื่องใหม่ใช้งานไม่ได้ หรือว่ามีคนอื่นใช้อยู่หรือเปล่า ถ้าที่บ้านไม่มีพื้นที่จะวางคอมพิวเตอร์มากนัก การเอาบางส่วนของเครื่องเก่ามาใช้ หรือนำไปบริจาคทั้งเครื่องเลยก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ายังเก็บไว้ได้ โดยไม่ลำบากมากนัก ก็น่าจะเก็บไว้ เพราะเชื่อว่ามันยังมีประโยชน์อยู่แน่นอน
ทีนี้ลองมาดูว่าเราสามารถเอาของเก่าส่วนไหนมาใช้ได้บ้าง ในส่วนนี้ต้องการความรู้พื้นฐานเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สักหน่อยนะครับ ถ้าใครที่ไม่สันทัด ก็อาจจะใช้วิธีปรึกษากับเพื่อนที่รู้เรื่อง หรือไม่ก็ไม่ต้องเอาของเครื่องเก่ามา ปล่อยมันไว้อย่างนั้น
- เริ่มจากส่วนง่ายๆ และเห็นได้ชัดๆ ก่อนเลย นั่นคือ
จอคอมพิวเตอร์ ( Monitor ) ลองดูว่าของเครื่องเรา เป็นจอกี่นิ้ว ( ถ้าดูไม่ออก ก็วัดจากเส้นทะแยงมุมเอานะครับ ) ถ้าเป็นจอ 14 - 15 นิ้ว แนะนำให้ซื้อใหม่เป็นจอ 17 นิ้วนะครับ เพราะตอนนี้ราคาไม่แพง แล้วมันก็ทำให้โลกทัศน์กว้างขึ้นด้วย > <
ฮาร์ดดิสก์ ( Harddisk ) ดูว่าตัวเดิมของเรามีกี่ตัว และแต่ละตัวขนาดเท่าไหร่ ส่วนมากเครื่องเก่าๆ ก็จะมีขนาดกันตั้งแต่ 8G, 10G, 15G, 20G ฯลฯ
การ์ดจอ ( Display Card ) เป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่สามารถเอาไปใช้กับเครื่องใหม่ได้ แต่ก็ไม่แนะนำนะครับ เพราะมันเป็นตัวหนึ่งที่มีผลต่อความเร็วของการใช้งานคอมพิวเตอร์พอสมควร ถ้าคุณเอาไปใช้ในเครื่องใหม่ แล้วคุณจะซื้อเครื่องใหม่ทำไมล่ะครับ สู้ใช้เครื่องเก่าดีกว่า
ไดรฟ์ CD หรือ DVD และช่องใส่แผ่นดิสก์ 3.5 นิ้ว ( Floppy Drive ) พวกนี้สามารถใส่เครื่องใหม่ได้ทันที ไม่ต้องกลัวอะไรเลยครับ ของเมื่อสิบปีที่แล้ว ก็ยังมาใส่ในเครื่องปัจจุบันได้ เยี่ยมจริงๆ ( แต่ของใหม่มันก็ถูกๆนะ )
เคส ( Case ) อันนี้ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถนำมาใช้ได้ แต่ไม่ค่อยแนะนำนะครับ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ เนื่องจากเคสพวกนี้จะมีตัวจ่ายไฟ ( Power Supply ) อยู่หลังเคสติดมาด้วย แล้วถ้าเราเอาของเก่ามาใช้ นั่นคือเราเอาตัวจ่ายไฟตัวเก่ามาใช้ ซึ่งผมไม่ค่อยอยากให้ใช้ตัวเก่านะ มันเสี่ยง หลายคนมองเรื่องตัวจ่ายไฟเป็นเรื่องเล็กๆ จริงๆมันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะครับ ซื้อดีได้ก็ซื้อดี ซื้อดีไม่ไหว ซื้อของใหม่ก็ยังดีกว่าการใช้ของเก่า หรือถ้าคนที่พอมีความรู้หน่อย ก็ถอดเปลี่ยนเองได้ครับ ไม่มีปัญหา และถ้าใครอยากประหยัดจริงๆ แต่ไม่มีความรู้พอ ก็ยกไปที่ร้านคอมพิวเตอร์ให้เค้าทำให้ครับ
อุปกรณ์อื่นๆ เช่น เมาส์ ( Mouse ), คีย์บอร์ด ( Keyboard ), ลำโพง ( Speaker ), การ์ดเสียง ( Sound Card ), การ์ดแลน ( LAN Card ) ฯลฯ ของพวกนี้เอาไปใช้ได้ทันทีครับ แต่พวกเมาส์กับคีย์บอร์ดในเครื่องโบราณๆ จะมีช่องเสียบไม่เหมือนกับเครื่องใหม่ แต่นั่นมันเป็นเรื่องในอดีตเป็นสิบปีแล้วน่ะครับ คงยังไม่มีใครใช้อยู่หรอก ส่วนการ์ดเสียง ถ้าเราซื้อ Mainboard ใหม่ กว่า 99% จะมีการ์ดเสียงมาให้ในตัวแล้วครับ บางอันก็มีการ์ดแลนมาให้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าการ์ดเสียงตัวเก่าของเราเป็นแบบธรรมดาๆ ก็ไม่ต้องเอาไปใช้หรอกครับ ส่วนการ์ดแลนเอาไปใช้ได้ถ้า Mainboard ที่เราจะซื้อไม่มีมาให้


เป็นยังไงกันบ้างครับหวังว่าทุกท่านคงจะใช้ประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้นนะ :)